นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist)
datascienceman-370x229

‘Data Scientist’ คลื่นลูกใหม่ยุคธุรกิจจัดการข้อมูล

ไอดีซี คาดการณ์ว่าเทคโนโลยีบิ๊กดาต้าและธุรกิจบริการจะเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ย 27 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 32.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2560 หรือสูงกว่า 6 เท่าเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของตลาดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) โดยรวม

ขณะที่ ตลาดการให้บริการเทคโนโลยีอนาไลติกส์จะเติบโตในอัตรา 10.8 เปอร์เซ็นต์ต่อปีต่อเนื่องถึงปี 2560

ในมุมมองของ การ์ทเนอร์ ชี้ว่าจะมีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับบิ๊กดาต้าจำนวน 4.4 ล้านอัตราทั่วโลกภายในปี 2558 แต่จะมีบุคลากรที่พร้อมสำหรับตำแหน่งงานดังกล่าวเพียง 1ใน 3 เท่านั้น

จากจำนวนข้อมูลสร้างใหม่ที่มากถึง 2.5 พันล้านกิกะไบต์ในแต่ละวันได้กลายเป็นโจทย์ใหม่ของภาคธุรกิจว่าจะจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลที่มีอยู่อย่างไรเพื่อการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางธุรกิจ

“จากนี้ไปหนึ่งงานทางด้านไอทีจะสร้างสรรค์งานใหม่ได้อีก 3 งาน เพราะจากนี้ไปทุกอย่างจะเป็น Multidisciplinary เข้ามาใช้งานเพื่อเอาข้อมูลที่มีนั้นมาคาดการณ์และใช้เข้าแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ ยกตัวอย่างด้านการแพทย์ที่มีการนำเอาทักษะด้านไอทีร่วมกับการแพทย์มาคาดการณ์ด้านโรคมะเร็ง เป็นต้น ” พรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวและว่า

แนวโน้มของธุรกิจจากนี้จะเคลื่อนสู่โลกใหม่ที่เน้นใน 3 เรื่องหลักๆ ก็คือ Data, Cloud และ Engagement

Data ในอดีตของมูลจะเป็นในลักษณะของ Structure แต่ในอนาคตแล้วข้อมูลจะเป็นสิ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าที่เรานึกถึงกัน

Cloud Technoloty จะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้การทำงานคล่องตัวและต้นทุนที่ต่ำลง

Engagement การเชื่อมโยงและสร้างความร่วมมือร่วมใจของคนในองค์กรและธุรกิจ

“จากการสำรวจความคิดเห็นซีอีโอทั่วโลก พบว่า ไอที ได้เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริหาร และเล็งเห็นถึงความสำคัญแล้วว่าถ้าไม่มีการ Apply ไอทีเข้าไปใช้ในธุรกิจได้ทัน อาจถึงขั้นต้องปิดกิจการ เพราะสู้กับคู่แข่งขันไม่ได้”

สำคัญที่สุดคือ Data วันนี้ด้วยข้อมูลที่มีอยู่เป็นจำนวนมากธุรกิจจำเป็นต้องใช้การวิเคราะห์เข้ามาช่วยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพให้มากที่สุด

แต่ก็มีคำถามตามมาด้วยว่า “ใคร” จะทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มากมายเหล่านั้น

‘DATA Scientist’ หรือ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล เป็นหนึ่งนตำแหน่งงานเกิดใหม่ที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในสหรัฐอเมริกา และในหลายๆ ประเทศ

ตำแหน่งงานนี้ทำอะไรบ้าง? หลักๆ เป็นการเข้าถึงข้อมูลขนาดใหญ่ และนำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์เพื่อการนำไปใช้เพื่อศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจ

ในต่างประเทศหลายๆ ธุรกิจเริ่มนำมาใช้ทั้งเพื่อการตลาด พรรณสิรี บอกว่า ลูกค้ารายหนึ่งเดินเข้าห้างสรรพสินค้าในช่วงวันหยุด เมื่อเดินเข้าห้างจะพบว่ามีข้อความส่งเข้ามือถือแจ้งว่า รองเท้าแบรนด์ A จัดโปรโมชั่นลด 20% ส่วนแบรนด์ B ลดราคา 40% นี่คือการให้ข้อมูลในทันทีกับลูกค้าในช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจ

หรือในกรณีซูเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศมีการนำข้อมูลการซื้อสินค้ามาวิเคราะห์การหาความสัมพันธ์ เช่น ทุกครั้งของคนที่ซื้อสินค้า A และ B มักจะซื้อสินค้า C ไปด้วยเสมอ เมื่อรู้เช่นนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการจัดวางสินค้าและการจัดโปรโมชั่นขายเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ เป็นต้น

ผลของการนำข้อมูลจำนวนมากที่กองอยู่รวมกันมาวิเคราะห์ นอกจากจะสร้างความเข้าใจพฤติกรรมและการตัดสินใจเป็นรายบุคคลที่ไม่ใช่แค่แบ่งเซ็กเมนเตชั่นเหมือนที่ผ่านมา

ในขณะที่ “Data Scientist” กำลังเป็นตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในยุคธุรกิจจัดการข้อมูล สำหรับในประเทศไทย ถือว่ายังอยู่ในช่วงของการ “บ่มเพาะ”

ล่าสุด ไอบีเอ็ม ร่วมกับ 9 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการนำความรู้ด้านอนาไลติกส์เข้าไปพัฒนาทักษะให้กับบุคลากรถึงรั้วการศึกษา

ในขณะเดียวกันก็ร่วมกับสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือทีเอ็มเอ (TMA) ซึ่งมีเครือข่ายองค์กรธุรกิจอยู่เป็นจำนวนมากให้ได้รับการต่อยอดแนวคิดการนำนวัตกรรมบิ๊กดาต้า (Big Data) และอนาไลติกส์ (Analytics) เข้าไปใช้ในองค์กรเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันขององค์กรไทย

ภายใต้ความร่วมมือนี้ ผู้เชี่ยวชาญของไอบีเอ็มจะเข้าไปทำหน้าที่ถ่ายทอดทักษะความรู้ด้านอนาไลติกส์ให้กับอาจารย์ผู้สอน และร่วมพัฒนาวิชาในสาขาที่เกี่ยวข้อง 36 รายวิชา

เริ่มต้นด้วยคณะในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ นักศึกษาและอาจารย์จะได้รับประโยชน์จากศูนย์บ่มเพาะความเป็นเลิศ หลักสูตรการเรียนการสอน การอบรม การสอบรับประกาศนียบัตร และการฝึกงานในสิ่งแวดล้อมจริงทางธุรกิจรวมถึงการใช้งานซอฟต์แวร์และคลาวด์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

คาดว่าภายในปี 2557 จะมีนักศึกษากว่า 5,000 คน ที่ได้เรียนรู้ทักษะดังกล่าว

“เทคโนโลยีบิ๊กดาต้าและอนาไลติกส์ทวีความสำคัญมากขึ้นทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน และก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจมากมาย ทั้งยังส่งผลให้เกิดความต้องการบุคลากรด้านไอทีและธุรกิจเป็นจำนวนมาก การพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่จะเป็นอีกแนวทางยกระดับองค์กรธุรกิจไทยพร้อมแข่งขันทั้งในเวทีระดับชาติและนานาชาติ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ หนูไพโรจน์ รองคณบดีด้านสารสนเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า บิ๊กดาต้า โมบายล์คอมพิวติ้ง และคลาวด์คอมพิวติ้ง ส่งผลให้บิสสิเนสอนาไลติกส์กลายเป็นกลไกสำคัญของธุรกิจ และเป็นโจทย์สำคัญให้บัณฑิตจบใหม่ต่อจากนี้ต้องปรับตัวโดยเฉพาะด้านทักษะและความสามารถ ซึ่งความร่วมมือกันครั้งนี้จะนำไปสู่การปรับเนื้อหาการเรียนการสอนด้านอนาไลติกส์ รวมถึงกรณีศึกษาต่างๆ ที่ตอบโจทย์ทิศทางภาคธุรกิจมากยิ่งขึ้น

“บิ๊กดาต้าและอนาไลติกส์กระตุ้นให้เกิดความต้องการในทักษะใหม่ๆ” ผศ.ดร.มล.กุลธร เกษมสันต์ คณบดี คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าว และว่า เรากำลังอยู่ในยุคที่เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล จำเป็นที่ต้องมีคนเอาข้อมูลมากมายเหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งคนที่จะมาทำงานในตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลได้นั้นต้องเข้าใจทั้งเรื่องการวิเคราะห์และการนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้องค์กรธุรกิจ

“ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จในปัจจุบันแข่งขันกันด้วยข้อมูล เด็กของคณะเราที่จบออกไปในระดับปริญญาตรี เริ่มต้นเงินเดือนที่ 2.5 หมื่นบาท ซึ่งในภาพรวมแล้วถือว่ายังขาดแคลนบุคลากรทางด้านนี้อยู่มาก ที่ผ่านมาก็ได้ปรับปรุงหลักสูตรและเสริมวิชาด้านบิสสิเนสอนาไลติกส์เข้าไปโดยอาศัยทรัพยากรความรู้จากศูนย์บ่มเพาะความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีและจากความร่วมมือกับไอบีเอ็ม เพื่อให้นักศึกษาได้รับทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าว

ด้าน รศ.ดร.ศาสตรา วงศ์ธนวสุ หัวหน้าภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และการวิจัยในด้านบิ๊กดาต้าและอนาไลติกส์ขึ้นมาทำหน้าที่ในการจัดหาเนื้อหาหลักสูตรและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอนาไลติกส์แก่หน่วยงานราชการและองค์กรภาคเอกชนในการใช้อนาไลติกส์เข้าไปพัฒนางานด้านการแพทย์ การขนส่ง อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม

ขณะที่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการเกษตร ก็เตรียมนำเทคโนโลยีและการจัดการข้อมูลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน โดย ผศ.ดร.จาตุพงศ์ วาฤทธิ์ คณบดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้คือการเป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับประชาชนภายใต้แนวคิดความพอเพียงและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

โดยเตรียมพัฒนาความรู้ในสาขาอนาไลติกส์เข้าไปช่วยงานด้านการเกษตรมากขึ้นเพื่อพลิกจาก “เกษตรดั้งเดิม” สู่ “เกษตรยุคใหม่” ที่นำเอาเทคโนโลยีเข้าไปช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลในกระบวนการจัดการฟาร์มที่ทันสมัยมากขึ้น (Smart Farm)

บทความเผยแพร่ครั้งแรกที่ กรุงเทพธุรกิจ

Chakkrit Tantithamthavorn

Data Science Technology Evangelist at datascience.in.th
I'm a data science lover. I believe that data science could bring a huge benefit to your organization. I'm a hard problem solver. I'm crazy and expert in statistical modelling. I always talk with R and Python. I'm hungry in data. Check out my full CV at http://chakkrit.com
Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply