นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist)
10648525_10152900413918130_3293561940031282447_o

แนวคิด Open Data ในประเทศแถบเอเชีย 13 ประเทศเป็นอย่างไร?

รายงาน Open Data in Asia เสนอ นโยบาย Open Data ต้องให้น้ำหนักนวัตกรรมทางสังคม ไม่มุ่งเฉพาะธุรกิจและไอซีที ประชาชนต้องเห็นความสำคัญและมีส่วนร่วมจึงจะสำเร็จ

Knowledge Dialogues โดยนักวิจัย วอลทรัลต์ ริตเตอร์ (Waltraut Ritter) ตีพิมพ์รายงานข้อมูลเปิดในเอเชียหรือ “Open Data in Asia” ฉบับปี 2014 ซึ่งสำรวจนโยบายข้อมูลเปิดและการนำมาปฏิบัติใน 13 ประเทศในเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ไทย และเวียดนาม โดยตามการจัดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF 5 ประเทศในนี้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และอีก 8 ประเทศเป็นประเทศกำลังพัฒนา

## แรงผลักดันที่มากไปกว่าการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ

รายงานระบุว่า “ข้อมูลเปิด” (Open Data) ยังจัดว่าเป็นแนวคิดใหม่ในเอเชีย ในตอนนี้มีรัฐบาลเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ผนวกรวมข้อมูลเปิดไว้ในยุทธศาสตร์ทางด้านไอซีทีหรือยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจ

รายงานสำรวจพบว่า ในเอเชีย ประเทศที่มีระดับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ตสูง ไม่จำเป็นต้องมีชุมชนและตลาดข้อมูลเปิดที่มีพลวัตเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ และ ฮ่องกง ซึ่งมีเว็บไซต์ข้อมูลภาครัฐตั้งแต่ปี 2011 แต่ฝั่งของอุปสงค์ในสองประเทศนี้ถูกผลักดันโดยการแข่งขันในตลาดแอปพลิเคชัน มากกว่าจะมาจากการพัฒนาการแลกเปลี่ยนที่มีพลวัตระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งทางฝั่งอุปสงค์และอุปทาน

## ธรรมาภิบาลและนวัตกรรม

ขณะบางประเทศให้เน้นให้ความสำคัญว่าข้อมูลเปิดภาครัฐจะช่วยสร้างเงื่อนไขที่ทำให้รัฐบาลมีความรับผิดและความโปร่งใส่มากขึ้น บางประเทศเน้นให้ข้อมูลเปิดภาครัฐช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ผ่านทางนักเทคโนโลยีที่ใส่ใจสังคมและผ่าน “ธุรกิจตั้งไข่” หรือ “สตาร์ตอัป” (startup)
อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่สนับสนุนให้การมีข้อมูลเปิดภาครัฐเป็นไปเพื่อการปกครองอย่างมีธรรมาภิบาล ขณะที่ฮ่องกงและสิงคโปร์เน้นไปที่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และเสนอทางแก้ปัญหาด้วยไอซีที

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์กำลังพยายามสนับสนุนความรับผิดของรัฐบาล แต่ทั้งสองประเทศก็ยังมีคะแนนต่ำในเรื่องความโปร่งใสของรัฐ ในอินโดนีเซียข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรของประเทศยังคงจัดว่าเป็นความลับแห่งชาติ ส่วนเสรีภาพสื่อในฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับล่างๆ ของภูมิภาค

ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน ใช้ข้อมูลเปิดภาครัฐเพื่อเป้าหมายทั้งสองอย่าง ขณะที่กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ ยังอยู่ในระยะแรกของการสร้างบริการภาครัฐที่เป็นดิจิทั

ทางด้านประเทศไทย เวียดนาม และมาเลเซีย เป็นประเทศที่การเข้าถึงข้อมูลรัฐมีการจำกัดมานานแล้ว และอยู่ในอันดับล่างๆ ของการประเมินผลการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งรายงานระบุว่า ทั้งสามประเทศนี้ ความไว้วางใจระหว่างภาคประชาสังคมและรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำ และข้อมูลภาครัฐมักจะไม่ถูกมองว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

## การพัฒนาข้อมูลเปิดภาครัฐร่วมกันในภูมิภาค

รายงานระบุว่า การสร้างสภาพแวดล้อมที่มีพลวัตของเศรษฐกิจที่วางอยู่บนข้อมูลเปิดภาครัฐอาจใช้เวลานานเนื่องจากมีหลายปัจจัยเป็นอุปสรรค และเนื่องจากการที่แต่ละประเทศในเอเชียมีประสบการณ์ แนวทางการปฏิบัติ และนโยบายที่แตกต่างกัน หากประเทศเหล่านี้แบ่งปันประสบการณ์ระหว่างประเทศก็จะช่วยในการพัฒนาในด้านนี้

นอกจากนี้ เนื่องจากข้อมูลเปิดภาครัฐมีหลายมิติ ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และมิติทางด้านเทคนิค นี่จึงเป็นความท้าทายของรัฐที่จะพัฒนานโยบายให้ครอบคลุมทั้งสามแง่มุมดังกล่าว การสร้างเว็บไซต์ข้อมูลเปิดภาครัฐโดยมีชุดข้อมูลเพียงไม่กี่ชุด และข้อมูลที่อยู่บนเว็บมุ่งเน้นไปที่ด้านไอซีทีและด้านธุรกิจเป็นหลัก หรือสนับสนุนในด้านเทคโนโลยีมากกว่าในด้านนวัตกรรมสังคม เหล่านี้จะทำให้เป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะมองเห็นความสำคัญของข้อมูลเปิด

มากไปกว่านั้น การวิเคราะห์และตัดสินใจโดยมีข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อน ยังต้องอาศัยสังคมที่มีส่วนร่วมและเป็นสังคมที่มีความรู้เป็นพื้นฐาน

ท้ายที่สุด รายงานเสนอว่า จากการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจในเอเชียที่กำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วในขณะนี้ และในหลายประเทศก็เป็นประเทศที่เศรษฐกิจดิจิทัลพัฒนาอย่างรวดเร็วด้วย การขจัดอุปสรรคในการเข้าถึงและใช้ข้อมูลจะง่ายขึ้น หากผู้คนเข้าใจถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวของข้อมูลเปิด ว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาประเทศ

ที่มา Thai Netizen Network

Chakkrit Tantithamthavorn

Data Science Technology Evangelist at datascience.in.th
I'm a data science lover. I believe that data science could bring a huge benefit to your organization. I'm a hard problem solver. I'm crazy and expert in statistical modelling. I always talk with R and Python. I'm hungry in data. Check out my full CV at http://chakkrit.com
Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply